วันที่ 15 มิถุนายน 2556
รูปภาพข่าว ฟีฟ่ายันไทยได้ประโยชน์เปลี่ยนธรรมนูญใหม่ ขู่แบนหากไม่ทำตาม

แถลงข่าวงานการตอบข้อซักถามข้อบังคับ สมาคมฟุตบอลแห่งประเทศไทย ฉบับมาตรฐาน โดยฟีฟ่า

ฟีฟ่ายันไทยได้ประโยชน์เปลี่ยนธรรมนูญใหม่ ขู่แบนหากไม่ทำตาม
ฟีฟ่า แจงร่างธรรมนูญเลือกตั้งนายกสมาคมฟุตบอลฉบับใหม่ หวังได้รับรองในที่ประชุมใหญ่สมาคม 15 มิ.ย.นี้ เชื่อเป็นประโยชน์วงการฟุตบอลไทย

แถลงข่าวงานการตอบข้อซักถามข้อบังคับ สมาคมฟุตบอลแห่งประเทศไทย ฉบับมาตรฐาน โดยสหพันธ์ฟุตบอลนานาชาติ (FIFA) เมื่อวันที่ 14 มิ.ย. ที่โรงแรมโกลเด้นทิวลิป ซอฟเฟอริน พระราม 9 โดยมีนายวรวีร์ มะกูดี นายกสมาคมฟุตบอลแห่งประเทศไทย พร้อมด้วย 2 ผู้แทนจากสหพันธ์ฟุตบอลนานาชาติ "ฟีฟ่า" มร.เธียรี เลอ-เกอเนส ผู้อำนวยการฝ่ายดูแลและพัฒนาชาติสมาชิกฟีฟ่า และ มร.เจมส์ จอห์นสัน ผู้จัดการอาวุโสจากแผนกเดียวกันของฟีฟ่า  ท่ามกลางสมาชิกสโมสรและสื่อมวลชนที่มาร่วมงานกันอย่างคับคั่ง

 
มร.เธียรี เลอ-เกอเนส ตัวแทนของฟีฟ่ากล่าวว่า "หลังจากประชุมใหญ่เมื่อวันที่ 31 พ.ค. ที่เกาะมอริเชียส ทางฟีฟ่าเองก็ได้มีมติว่าสมาชิกทั้ง 209 ชาติ ควรอยู่ภายใต้ธรรมนูญมาตรฐานฉบับใหม่ให้เป็นไปทางเดียวกัน ซึ่งทางฟีฟ่าจะประกาศใช้จริงหลังจากวันที่ 31 ก.ค.นี้ พร้อมกันนี้ ทางสมาคมฟุตบอลฯ ได้ทำเรื่องเข้าไปทางฟีฟ่าที่พร้อมจะเปลี่ยนข้อบังคับเดิมให้เป็นแบบใหม่ เนื่องจากใกล้วันเลือกตั้ง ซึ่งทางฟีฟ่าเห็นว่าธรรมนูญฉบับปัจจุบันไม่สอดคล้องกับที่ฟีฟ่ากำหนดไว้ เช่น ระบบการเลือกตั้งที่เลือกนายกคนเดียว โดยไม่มีการเลือกสภากรรมการ และไม่มีการแบ่งความชัดเจนในเรื่องสภากรรมอาจส่งผลให้การทำงานต่อจากนี้มีปัญหาได้ ทางฟีฟ่าจึงมีความเห็นว่าต้องมีการเปลี่ยนแปลงก่อนการเลือกตั้งครั้งใหม่ขึ้นเพื่อไม่ให้เป็นปัญหาในอนาคต ซึ่งเชื่อว่าทางประเทศไทยจะจัดเลือกตั้งได้ก่อน 30 ก.ย.นี้ และการมาชี้แจงของฟีฟ่าในครั้งนี้ ก็เพื่ิอเป็นประโยชน์ ซึ่งหากสมาชิกไม่รับรองธรรมนูญใหม่ก็อาจจะต้องถูกพักจากการเป็นชาติสมาชิกของฟีฟ่า"
 
"ส่วนในเรื่อง 72 เสียงนั้น ทางสมาคมฟุตบอลเป็นคนเสนอเรื่องออกไป ทางฟีฟ่ามองว่าไม่ได้เป็นการตัดสิทธิ์แต่อย่างใด แต่อยากให้มองว่าอย่าอนาคตของฟุตบอลไทยไปฝากไว้กับทีมสมัครเล่น ส่วนทีมในลีกภูมิภาคจะต้องผ่านการพิจารณาจากคณะกรรมการการเลือกตั้ง ซึ่งจะคัดหาจากที่ประชุมใหญ่"
 
ด้าน นายวรวีร์ มะกูดี นายกสมาคมฟุตบอลแห่งประเทศไทย กล่าวภายหลังการแถลงเสร็จสิ้นว่า "ทางฟีฟ่าก็มาชี้แจงชัดเจนแล้ว หวังว่าในวันที่ 15 มิ.ย.นี้ ที่จะลงมติรับรองนั้น คงไม่มีใครมาถามคำถามซ้ำซากอีก เพราะทางฟีฟ่าก็ได้ชี้แจงอย่างชัดเจนแล้ว ทุกอย่างเคลียร์แล้ว เราเป็นสมาชิกของฟีฟ่าเพราะฉะนั้นต้องทำตามที่ฟีฟ่ากำหนดไว้ เพราะไม่งั้นจะโดนตัดสิทธิ์ แต่อย่างไรก็ตาม ในเรื่องของใบมอบอำนาจนั้น ต้องใช้ตามที่สมาคมกำหนด ผมไม่รู้หรอกว่า ทาง นายกนกพันธุ์ จุลเกษม ผู้ว่าการการกีฬาแห่งประเทศไทย จะพูดอย่างไรผมไม่รับรู้ โดยเฉพาะเรื่องที่บอกว่าจะให้ใช้ใบมอบอำนาจแบบไหนก็ได้ และถ้ามีสโมสรซ้ำซ้อนล่ะใครจะรับผิดชอบ ผู้ว่าฯ กกท.จะรับผิดชอบหรือเปล่า"
 
โดยทางกลุ่มฉลามชล นายอรรณพ สิงห์โตทอง กลับมองว่า "ทางฟีฟ่ายังไม่เข้าใจระบบการเป็นสมาชิกของไทย ซึ่งหลายทีมที่ถูกตัดไปนั้นจะถูกรับรองจากสมาคม ขณะที่ทีมที่เข้ามากลับไม่ได้เป็นสมาชิกของสมาคม และข้อยืนยันว่าในพรุ่งนี้ผมจะไม่โหวตรับรองแน่นอน เพราะการตัดสิทธิ์สโมสรสมาชิก 72 เสียงไม่เป็นธรรม ส่วนเรื่องใบมอบอำนาจนั้น ก็อยากให้ทาง กกท. เข้ามาดูแลอย่างใกล้ชิด"
 
ส่วน นายสมพร ไชยสงคราม ผู้อำนวยการกองนิติการ กกท. กล่าวว่า "สมาคมฟุตบอลต้องทำตามข้อบังคับ ซึ่งข้อ 20.5 ประธานสโมสรสามารถมอบอำนาจให้กับสมาชิกเพียงเท่านั้น โดยไม่ได้ระบุว่าต้องเป็นผู้ใด รวมถึงแบบฟอร์มในการยื่นก็ไม่ได้ระบุเช่นกันว่าจะต้องใช้รูปแบบใด"
 
นายพินิจ งามพริ้ง ผู้สมัครรับเลือกตั้งเป็นนายกสมาคมฟุตบอลแห่งประเทศไทย กล่าวว่า "จริงๆ ผู้แทนฟีฟ่าก็ตอบเป็นกลางๆ แต่พอฟังคำตอบแล้วไม่รู้สึกแฮปปี้ เพราะมีคนอื่นที่เข้ามาก้าวก่ายทำให้ไขว้เขวบิดเบือนประเด็นให้เข้าทาง จริงๆ ทางฟีฟ่าก็ไม่ได้บังคับ ก็ไม่เข้าใจว่าทำไมต้องทำให้ยากลำบาก ไม่เข้าใจว่าทำไมพอจะหมดวาระการทำงานในตำแหน่งนายกสมาคมฯ แล้วต้องมาดิ้นรนแก้ธรรมนูญอย่างรวดเร็วทำไม การกระทำดูไม่โปร่งใส จริงๆ วรวีร์ ทำงานมา 6 ปี ยังไม่เห็นมีการพัฒนาขึ้น แต่ทุกอย่างอยู่ที่การโหวต ก็คงต้องรอการตัดสินใจของสมาชิกสโมสร"
 
สำหรับ เรื่องธรรมนูญแก้ข้อบังคับฉบับใหม่ของสมาคมฟุตบอลฯ จะเปิดให้สโมสรสมาชิกลงคะแนนโหวตในการประชุมใหญ่พิเศษสามัญประจำปี 2556 ณ ศูนย์ฝึกฟุตบอลแห่งชาติหนองจอก ตั้งแต่เวลา 11.00 น. เป็นต้นไป